Suppository

มารู้จักและใช้ยาเหน็บอย่างถูกวิธีกันดีกว่า

ยาเหน็บ เป็นยาที่ใช้รักษาเฉพาะจุด เช่น ทวารหนัก ช่องคลอด หรือท่อปัสสาวะ โดยเป็นรูปแบบการใช้ยาที่มีประสิทธิภาพสูง นิยมใช้ในกรณีที่ไม่อาจรักษาด้วยยารับประทานหรือการรักษารูปแบบอื่น ซึ่งจะมีทั้งชนิดเม็ดและน้ำ แต่ส่วนใหญ่เป็นยาชนิดเม็ด ยาสอดดูดซึมเข้าสู่ร่างกายและออกฤทธิ์ได้เร็วกว่ายาชนิดรับประทาน เนื่องจากยาจะละลายอย่างรวดเร็วและซึมเข้าสู่กระแสเลือดบริเวณใกล้เคียงได้โดยไม่ต้องผ่านกระเพาะอาหาร

ประเภทของยาเหน็บ

1. ยาเหน็บช่องคลอด

เป็นยาที่ใช้เหน็บหรือสอดเข้าไปในช่องคลอด มีลักษณะเป็นวัตถุรูปวงรีหรือรูปไข่ขนาดเล็ก ออกฤทธิ์ได้รวดเร็วกว่ายารับประทาน เนื่องจากเมื่อเข้าสู่ร่างกายตัวยาจะละลายและถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดที่บริเวณช่องคลอดโดยตรง และมีประโยชน์ต่อผู้ป่วยที่ไม่สามารถกลืนยาหรือผู้ที่กระเพาะอาหารหรือลำไส้ดูดซึมยาได้ไม่ดี

วิธีใช้ อย่างแรกคือต้องล้างมือให้สะอาด แกะเม็ดยาและจุ่มเม็ดยาในน้ำสะอาด 1-2 วินาที เพื่อให้เม็ดยาลื่น สอดใส่ช่องคลอดได้ง่าย สิ่งที่สำคัญคือท่าทางในการสอดยา โดยให้ “นอนหงาย ชันเข่า แยกขา” จากนั้นสอดยาเข้าไปในช่องคลอด โดยนำด้านโค้งมนของเม็ดยาเข้าไปก่อนและใช้นิ้วชี้ดันยาเหน็บให้ลึกที่สุด นอนที่เดิมต่อ 15 นาที เพื่อให้ยาละลายและออกฤทธิ์ได้เต็มที่ แนะนำใช้กระดาษทิชชู่สะอาด หรือผ้าอนามัยรองกางเกงในไว้เพื่อซับส่วนของยาที่อาจละลายออกมา ดังนั้นควรเหน็บยาก่อนนอนจะสะดวกที่สุด

2. ยาเหน็บทวารหนัก 

ยาเหน็บทวาร เป็นยาที่มีคุณสมบัติเด่น คือให้ผลรักษาเฉพาะที่ จะมีลักษณะนิ่ม เป็นเม็ดขี้ผึ้ง รูปร่างคล้ายกระสวย หรือกระสุนปืน  ส่วนใหญ่แนะนำให้เก็บในตู้เย็นช่องธรรมดา มักใช้เพื่อลดการอักเสบในผู้ป่วยที่เป็นริดสีดวงทวาร หรือใช้เป็นยาระบายในผู้ป่วยที่มีอาการท้องผูก การาใช้ยาเหน็บเฉพาะที่นอกจากจะให้ประสิทธิภาพในการรักษาที่ดีแล้ว ยังลดผลข้างเคียงสำหรับผู้ป่วยที่ไม่สามารถให้ยาทางปากได้

วิธีใช้ นอนตะแคงข้าง ขาด้านล่างเหยียดตรง และงอขาด้านบนขึ้นให้เข่าชิดอกมากที่สุด จากนั้นสอดยาเหน็บโดยหันด้านที่มีปลายแหลมกว่าเข้าไปก่อน ใช้นิ้วดันยาช้าๆ เข้าไปจนหมด สอดให้ลึกที่สุดเท่าที่จะทำได้ กรณียาบรรเทาอาการท้องผูก หลังจากสอดยาแล้วจะรู้สึกอยากถ่าย ต้องพยายามกลั้นเอาไว้ให้นานที่สุดเพื่อให้ยาออกฤทธิ์เต็มที่ ส่วนยาเหน็บรักษาริดสีดวงทวารนั้น ยาจะออกฤทธิ์เฉพาะที่ได้เลย

ยาเหน็บแต่ละประเภทก็จะใช้งานในที่ที่แตกต่างกัน ซึ่งก่อนใช้งานยาเหน็บ ควรจะมีการปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ เพื่อให้การใช้งานนั้นถูกต้อง และได้ประสิทธิภาพสูงสุด