ปวดหัวแบบนี้บอกโรคอะไรได้บ้าง
อาการปวดหัวแม้เป็นเรื่องที่พบเห็นได้บ่อย แต่หากอาการรุนแรงขึ้นเมื่อไหร่หรือปวดหัวแบบที่ไม่เคยเป็นนั้น ถือเป็นสัญญาณที่ควรเฝ้าระวัง ซึ่งการปวดหัวแต่ละแบบก็จะแตกต่างกันไป แต่ปวดแบบไหนบอกโรคอะไรต้องไปดู
ปวดหัวแบบนี้บอกโรคอะไรได้บ้าง
อาการปวดหัวแต่ละแบบเกิดจากสาเหตุที่ต่างกัน และบ่งบอกถึงการเจ็บป่วยด้วยโรคบางอย่าง ดังต่อไปนี้
1. ไซนัสอักเสบ
ลักษณะอาการจะปวดแบบหน่วง ๆ บริเวณหน้าผาก หัวตา โหนกแก้ม และรอบกระบอกตา เนื่องจากโพรงจมูกติดเชื้อ บางรายอาจมีอาการปวดเมื่อก้มศีรษะหรือเปลี่ยนท่า
2. ปวดหัวแบบคลัสเตอร์
อาการปวดค่อนข้างรุนแรง โดยมีสาเหตุมาจากความผิดปกติทางสมอง ผู้ป่วยจะมีอาการปวดบริเวณรอบดวงตา เบ้าตา หรือขมับข้างเดียว รวมถึงรู้สึกร้อนแปลก ๆ บริเวณหน้าผาก บางรายอาจมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น หูอื้อ ตาแดง หนังตาตก น้ำตาไหล คัดจมูก
3. ไมเกรน
ลักษณะอาการจะปวดหัวตุบ ๆ ข้างเดียวหรือทั้งสองข้าง การปวดแต่ละครั้งจะกินเวลานานกว่าชั่วโมงหรือเป็นวัน บางรายอาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน เห็นแสงวูบวาบ หรือมองเห็นภาพไม่ชัด
4. ความเครียด
อาการปวดมีลักษณะเหมือนถูกบีบกดหรือรัดศีรษะทั้งสองข้างบริเวณท้ายทอย ร้าวไปถึงขมับ มักมีอาการปวดตั้งแต่ 30 นาทีขึ้นไป
อาการปวดหัวที่ไม่ควรนิ่งนอนใจ
หากปวดหัวรุนแรงไม่ควรนิ่งนอนใจ ควรเดินทางไปพบแพทย์ทันที โดยอาการที่ต้องเฝ้าระวัง มีดังนี้
- ปวดหัวหลังจากเกิดอุบัติเหตุหรือมีประวัติเคยเกิดอุบัติเหตุ
- ปวดหัวมากจนนอนไม่หลับ โดยเฉพาะช่วงเช้า
- ปวดศีรษะเกิดขึ้นแบบทันที อาจตามหลังการออกกำลังกาย ขณะมีเพศสัมพันธ์ หรือการเบ่งไอ จาม
- พบว่าการปวดศีรษะต่างไปจากเดิม
- ปวดหัวเมื่อมีการเคลื่อนไหวร่างกาย เช่น เวลานั่ง ยืน หรือนอน
- ปวดหัวแบบฉับพลัน ซึ่งเป็นอาการที่เกิดขึ้นแบบกะทันหัน หรือที่เรียกว่า Thunderclap Headache อาการบ่งบอกถึงโรคในสมอง เช่น แขน ขาอ่อนแรง สื่อสารไม่ได้ พูดไม่ชัด เห็นภาพซ้อน เวียนหัว คลื่นไส้ อาเจียน อ่านหนังสือไม่ออก ซึมลง เขียนไม่ได้
- ปวดหัวร่วมกับอาการไข้และอาการทางร่างกายอื่น ๆ เช่น น้ำหนักลด เบื่ออาหาร หรือผื่นขึ้น
- อาการปวดหัวที่จะเพิ่มความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ
- ปวดศีรษะขณะตั้งครรภ์
- มีอาการน้ำตาไหล ตาแดง โดยเฉพาะกรณีที่เกิดขึ้นกับดวงตาเพียงแค่ข้างเดียว
- ผู้ป่วยมีโรคประจำตัวมีภูมิคุ้มกันบกพร่องหรือทานยากดภูมิ
- อาการปวดหัวที่ไม่สามารถบรรเทาได้ด้วยการทานยาแก้ปวด
การตรวจวินิจฉัยโรคจำเป็นต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญ หากปวดหัวที่สามารถกินยาแก้ปวดแล้วหายได้ก็ดีไป แต่หากพบว่าเป็นอาการที่รุนแรงและเป็นในแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน หรือมีอาการอื่น ๆ นอกเหนือไปจากปวดหัวร่วมด้วย ควรรีบเดินทางไปพบแพทย์ทันที เพื่อทำการวินิจฉัยและหาแนวทางรักษา
